เห็นว่าเป็นผลไม้ เป็นผักก็หลงรักหมดใจ ที่ไหนได้มีโซเดียมแฝงเหมือนกัน

เห็นว่าเป็นผลไม้ เป็นผักก็หลงรักหมดใจ ที่ไหนได้มีโซเดียมแฝงเหมือนกัน

ชีวิตของผู้คนในยุคสมัยนี้ ต้องเผชิญกับปัญหาหลากหลายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต สร้างความบั่นทอนร่างกายและจิตใจให้ถดถอยลง ส่งผลให้ความดันโลหิต ในร่างกายสูงตามไปด้วย โรคความดันโลหิตสูงนับเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญที่กำลังคุกคามโลก โดยในปัจจุบันมีประชากรหลายร้อยล้านคนทั่วโลกเป็นโรคความดันโลหิตสูง บางคนอาจจะระมัดระวังในการทานอาหาร ลดอาหารรสชาติเค็มลง ไม่ทานอาหารแปรรูปเลย เน้นผักและผลไม้เป็นหลัก หารู้ไม่ว่าผักและผลไม้ หรืออาหารอื่น ก็มีโซเดียมแฝงอยู่เหมือนกัน ถึงจะปริมาณไม่เยอะมากนัก แต่ก็ควรรู้ไว้เพื่อจะได้อุ่นใจยิ่งขึ้น

  1. ผัก ผักส่วนมากมีโซเดียมน้อย ทั้งประเภทมีคาร์โบไฮเดรตน้อย เช่น พวกผักใบและก้าน และประเภทมีคาร์โบไฮเดรตปานกลาง เช่น ประเภท ผล ฝัก หรือเมล็ดสดๆ ผัก 50-70 กรัม หรือประมาณ 5 ถ้วยตวงมีโซเดียมเพียง ประมาณ 9 มิลลิกรัม ส่วนพวกถั่วเมล็ดแห้งต้มสุก พวกเผือกมัน 50 กรัม มีโซเดียมเพียง 5 มิลลิกรัม
  2. ผลไม้ ตัวของผลไม้สดเองเป็นอาหารที่มีโซเดียมน้อยแต่เมื่อนำไปปรุงแต่ง เช่น ทำขนมที่มีการเติมเกลือจะมีโซเดียมสูง เช่น กล้วยบวชชี แต่ถ้านำไปเชื่อม (ไม่มีการเติมกะทิที่ใส่เกลือ) จะมีโซเดียมต่ำ ผลไม้ที่นำไปแปรรูป เช่น ทำผลไม้ดอง และแช่อิ่ม (มีการเติมเกลือ) ตากแห้ง (บางชนิดชุบน้ำเกลือก่อน) จะมีโซเดียมสูง สำหรับน้ำผลไม้คั้นหากไม่เติมเกลือ เช่น น้ำส้ม น้ำสับปะรด คั้น น้ำฝรั่ง หากไม่เติมเกลือย่อมมีโซเดียมต่ำ
  3. ข้าว หากมิได้ปรุงแต่งมีโซเดียมน้อยข้าวเจ้าที่หุงสุกแล้วประมาณ 1/2 ถ้วยตวงมีโซเดียมประมาณ 5 มิลลิกรัม แต่ถ้านำข้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ พบว่ามีปริมาณโซเดียมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการ เติมเกลือลงในกรรมวิธีการผลิต เช่น ข้าวมันแบบไทย ข้าวเหนียวมูนกะทิ หมี่สั้ว บะหมี่ โจ๊ก ข้าวต้มสำเร็จรูป มักจะมีทั้งเกลือและสารประกอบโซเดียมอย่างอื่นที่ทำให้เส้นเหนียว ดังนั้น ผู้ที่มีความเสี่ยงความดันโลหิตสูง ควรงดทั้งบะหมี่และหมี่สั้ว
  4. เนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์มีหลายชนิดจึงทําให้มีปริมาณโซเดียมที่แตกต่างกันคือเนื้อสัตว์ไขมันต่ำมาก และเนื้อสัตว์ไขมันต่ำ ได้แก่ อาหารประเภทเนื้อปลา กุ้ง ปลาหมึก หอย และปู ซึ่งเป็นอาหารที่ได้จากทะเลและไข่ทุกชนิด ในปริมาณน้ำหนักอาหารสุก 30 กรัม ให้โซเดียมประมาณ 60 มิลลิกรัม เนื้อสัตว์ไขมันปานกลางและไขมันสูง ได้แก่ เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อควาย เนื้อไก่ กุ้งน้ำจืด หอยน้ำจืด อาหารในกลุ่มนี้น้ำหนักอาหารสุก 30 กรัม ให้โซเดียม 25 กรัม
  5. หมวดไขมัน ได้แก่ น้ำมันพืชทุกชนิดและไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันหมู เนยแท้ชนิดจืด (butter) ไขมัน หรือน้ำมัน 1 ช้อนชา ไม่มีโซเดียม ไขมันที่มีโซเดียม ได้แก่ ไขมันที่มีน้ำปนและเติมเกลือ แม้ว่าน้ำที่มีจะไม่มากก็มากพอที่เกลือ(โซเดียมคลอไรด์) จะละลายได้ เช่น เนยสด (fresh butter) ชนิดเติมเกลือมีน้ำอยู่ประมาณ ร้อยละ 20 มีเกลืออยู่ประมาณร้อยละ 2-3 เนยสดชนิดเค็ม และเนยเทียมชนิดเค็ม 1 ช้อนชา มีโซเดียมอยู่ 40-50 มิลลิกรัม

จะเห็นได้ว่าอาหารแทบทุกชนิดล้วนมีโซเดียมเรากินเข้าไปแบบไม่รู้ตัว โซเดียมถูกซ่อนอยู่ในส่วนผสมมากมายจนแยกไม่ออกทางที่ดี ลองหันมากินอาหารที่ปรุงด้วยตัวเอง กินอาหารรสจืด เน้นผักและผลไม้ตามธรรมชาติ ที่มีโซเดียมเพียงพอกับร่างกายในแต่ละวันแล้วก็จะช่วยลดปัญหาสุขภาพในระยะยาวจากภาวะโซเดียมเกิน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ห่างไกลจากโรคไตได้มากขึ้น

 

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *